เริ่มต้นลดน้ำหนัก ด้วยวิธีที่ง่ายสบายๆ

การลดความอ้วนและน้ำหนักนั้นไม่จำเป็นต้องหักโหมแต่อย่างใด ค่อยๆทำไปทีละนิดละหน่อยเดี๋ยวก็จะเห็นผลลัพธ์เอง ซึ่งวันนี้เรามีทริคการลดน้ำหนักง่ายๆแบบไม่ต้องหักโหมมาฝากสาวๆกัน จะมีวิธีไหนบ้างนั้นไปดูกันเลย

1. ไม่เครียดและไม่อด

สาวๆ มักจะเครียดทันทีที่ชั่งน้ำหนักแล้วเห็นเลขน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากเดิมหรือรู้สึกอึดอัดเพราะใส่เสื้อผ้าตัวเก่าไม่ได้จนพาลหงุดหงิดใส่คนอื่นและอดอาหารเพื่อให้กลับมาผอมดังเดิมบอกเลยว่าวิธีเหล่านี้เป็นวิธีที่ผิด พวกเธอต้องไม่เครียดและไม่อดอาหาร ยิ่งอดอาหารไปมากๆร่างกายก็จะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอและโรคต่างๆก็จะตามมาอย่างแน่นอนซึ่งจะส่งผลเสียต่อร่างกายนะจ๊ะ

2. คุมอาหาร

ในเมื่อกังวลเรื่องน้ำหนักกันขนาดนี้ สาวๆก็ต้องปรับพฤติกรรมการกินด้วยนะจ๊ะ จะมากินพวกชานมไข่มุก ขนมหวาน ของทอดตามใจปากไม่ได้แล้วอาจจะเน้นพวกอาหารต้ม นึ่ง ลวก ผักใบเขียวแทน หรือถ้าต้องการทานของทอดจริงๆอาจจะซื้อพวกน้ำมันที่ใช้สำหรับคนที่อยู่ในภาวะลดน้ำหนักหรือเบาหวานก็จะช่วยลดแคลอรีและไขมันได้เหมือนกัน หรือของหวานอาจใช้ความหวานจากหญ้าหวานแทนน้ำตาล รับรองว่าน้ำหนัก สัดส่วนและสุขภาพของสาวๆจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

3. ทานผลไม้แทนมื้อเย็น

สองมื้อแรกของวันทานอาหารหนักๆไปแล้ว มื้อเย็นลองทานเป็นผลไม้ดูค่ะ การทานแบบนี้รับรองได้เลยว่าสาวๆจะได้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่แน่นอน แถมไม่อ้วนอีกด้วยเพราะไม่ต้องทานข้าวที่มาจากแป้งแต่ทานผลไม้ซึ่งควรเลือกผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อยจะดีที่สุด เช่นฝรั่ง แอปเปิ้ล ส้ม กีวี่เป็นต้น หุ่นดีอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

4. ไม่นอนดึก

การนอนส่งผลต่อฮอร์โมนโกรทซึ่งในเด็กจะช่วยในการเจริญเติบโต เช่น ความสูง ส่วนในผู้ใหญ่ถ้าโกรทฮอร์โมนต่ำอาจส่งผลให้เกิดอ่อนเพลีย โรคต่างๆ ไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะบริเวณเอว จึงควรจะต้องนอนไม่เกิน 4 ทุ่มเพื่อสุขภาพและความสวยของสาวๆนะคะ

5. ออกกำลังกาย

เมื่อโตเป็นสาวหรืออายุมากขึ้นการเผาผลาญในร่างกายจะเริ่มทำงานได้ไม่ดีเท่าตอนเด็กๆ ดังนั้นเราต้องมีตัวช่วยในการเผาผลาญนั่นก็คือการออกกำลังกาย การออกกำลังกายนั้นไม่จำเป็นต้องออกกำลังหนักๆสาวๆสามารถเดิน สามารถวิ่ง สามารถกระโดดเชือกก็ถือว่าเป็นการเผาผลาญเหมือนกัน ทำบ่อยๆเรื่อยๆทุกวันรับรองว่าสาวๆ หุ่นดีขึ้นมากๆ แน่นอน

สาวๆ ที่กำลังลดหุ่นอยู่ลองนำทริคดังกล่าวทั้ง 5 ข้อไปลองปรับใช้ปฏิบัติกันดู อาจจะหาคู่หูทำด้วยกันเพื่อเพิ่มความสนุกและถือเป็นการแข่งวัดดันด้วยว่าใครลดเยอะกว่ากันถือเป็นแรงกระตุ้นไปในตัวอีกด้วยจ้า สาวๆ กำลังกังวลเรื่องน้ำหนักและไขมันอยู่หรือเปล่าเอ่ย

หลอดลมอักเสบ ปัญหายอดฮิตของคนยุคนี้

 

 

โรคหลอดลมอีกหนึ่งโรคที่เป็นได้ง่ายมาก เพราะว่าสาเหตุส่วนใหญ่มักจะมากจากชีวิตประจำวันของเราทั้งนั้น โรคหลอดลมอักเสบ 2 ชนิด


1.โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน มักจะเกิดเมื่อมีการติดเชื้อในทางเดินหายใจไล่ลงไปจนถึงหลอดลม โดยเชื้อโรคจะไปก่อกวนซึ่งทำให้เกิดอาการอักเสบ อาการบวมของเยื่อ เมือก ที่บุทางเดินหายใจของเรา ซึ่งนำไปสู่การระคายเคือง และนำไปสู่การมีเสมหะมากขึ้น ซึ่งจะมีอาการไอร่วมด้วย อาจจะมีไข้และอาการอ่อนเพลีย อาจจะพบเชื้อแบคทีเรียได้บ้าง โดยส่วนมากจะเกิดในผู้ป่วยที่มีอาการทางหลอดลมอยู่ก่อนแล้ว จึงกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเฉียบพลันได้ง่ายขึ้น หรืออาจได้รับการระคายเคืองของเยื่อบุทางเดินหายใจมาก่อนหน้านี้ เช่น การสูบบุหรี่ การได้รับควันบุหรี่ ควันจากมลพิษต่างๆหรือโรคหืด

2.โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังเกิดจาก ทางเดินหายใจได้รับสารก่อระคายเคืองอย่างเรื้อรัง ซึ่งไม่ได้มีการติดเชื้ออะไร เพียงแต่ว่าร่างกายของเราจะสร้างสารออกมาเยอะมากขึ้นเพื่อตอบสนองกับการอักเสบ ทำให้มีเสลด เสมหะที่เหนียวข้น กำจัดยาก ทำให้เกิดอาการไอเรื้อรังต่อเนื่องตั้งแต่ 3 เดือนถึง 1 ปี หรือ 2 ปี อาการหายใจลำบาก จากช่องทางเดินอากาศในหลอดลมที่ตีบแคบลง เนื่องจากการอุดตันของเสมหะหรือการบวม จะทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนเรื้อรังได้ด้วย เมื่อตรวจร่างกายอาจมีเสียงวี้ด มีอาการเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก ซึ่งอาจมีอาการหลอดลมอักเสบแทรกซ้อนลงไป

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน เช่น ผู้ที่คลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโรคทางเดินหายใจ ผู้ที่อยู่ในช่วงที่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจ เช่น ไวรัส ต่างๆ ผู้ที่มีสุขภาพอ่อนแอ หรือภูมิต้านทานโรคต่ำ การไปอยู่ในที่ที่แออัดสูง เช่น ในห้างสรรพสินค้า โรงหนัง โรงละคร ค่ายผู้อพยพ

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดลมเรื้อรัง มักจะเกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ การได้รับควันบุหรี่เรื้อรัง คนที่ได้รับฝุ่นละออง หรือมลภาวะทางอากาศเรื้อรัง มีอาชีพที่เกี่ยวข้องกันกับมลพิษทางอากาศ เช่น การทำเหมืองแร่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการระคายเคืองเรื้อรัง นำไปสู่การเป็นโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังได้

การรักษาแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

1.รักษาตามสาเหตุ โดยการให้ยาปฏิชีวนะ

2.การรักษาแบบประคับประคองอาการ เช่น การให้ยาต่างๆ การให้ดื่มน้ำมากๆ เพื่อละลายเสมหะ การให้ยาแก้แพ้ และยาขยายหลอดลม

ส่วนการรักษาอาการเรื้อรังที่ดีที่สุด คือการเลิกบุหรี่ หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ และมลพิษต่างๆ และอาจจะแนะนำให้พ่นยา ไม่ว่าจะเป็นยาต้านการอักเสบในกลุ่มสเตียรอยด์ ยาขยายหลอดลม หรือการรักษาประคับประคองตามอาการอื่น เช่น ยาแก้ไอ ละลายเสมหะ หรือในผู้ป่วยบางรายอาจจะเหมาะกับการให้ออกซิเจนเป็นครั้งคราว การฉีดวัคซีนต่างๆก็สำคัญ การรักษาอนามัยพื้นฐาน หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด และการใช้ผ้าปิดปาก